สารจากคณะกรรมการ

สารจากคณะกรรมการ

บริษัทเล็งเห็นการเติบโตของความต้องการใช้งานการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม) ที่มีอัตราการขยายตัวเชิงเศรษฐกิจที่สูง บริษัทจึงมุ่งยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้ให้บริการ Network Provider ในระดับภูมิภาคเพื่อรองรับการเป็น Telecom Hub ภายใน 5 ปีข้างหน้า

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2561 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งในการที่บริษัทต้องบริหารจัดการกับความท้าทายในแต่ละตลาดท่ามกลางการแข่งขันที่สูง  บริษัทได้ถือเป็นพันธกิจที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่อเพิ่มคุณภาพของโครงข่าย ขยายพื้นที่ให้บริการ พัฒนาและออกแบบบริการใหม่ๆและทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นหากได้รับบริการจากบริษัท นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการเพื่อเป็นการสนองตอบความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นมาจากการใช้งานเทคโนโลยีและเทคโนโลยีด้านสื่อสารตามแนวโน้มของโลกในปัจจุบันโดยที่ธุรกิจของบริษัทยังอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราเติบโตสูง รวมถึงเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย

บริษัทได้บันทึกรายได้ในปี 2561 จำนวน 1,339.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.2 เทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากผลขาดทุน 88.7 ล้านบาทในปีที่ผ่านมาเป็น 64.8 ล้านบาท บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กรและรับรู้ได้ว่ามีรายได้บางส่วนที่ได้จากการขายลูกค้ากลุ่มที่ขายในปริมาณมาก (wholesale) เปลี่ยนแปลงมารับรู้รายได้เพิ่มสูงขึ้นในลูกค้ากลุ่มองค์กร (enterprise)

ในระหว่างปี บริษัทได้เปิดตัวบริการไดเร็คอินเตอร์เน็ต (DI)  ที่สามารถออกแบบให้ตอบสนองความต้องการด้านเชื่อมต่อข้อมูลให้กับลูกค้ากลุ่มองค์กรต่างๆ โดยบริการนี้ได้ช่วยให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจและฐานลูกค้าตลาดในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นรวมถึงเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ SYMC ได้รับผลประเมิน “ดีเยี่ยม” เทียบกับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ จากการจัดลำดับการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2561 ซึ่งได้รับการประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยที่รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ได้รับอย่างต่อเนื่องซึ่งแสดงให้เห็นว่าซิมโฟนี่มีการบริหารจัดการด้านกำกับดูแลกิจการที่ดีเสมอมา ซึ่งพวกเราจะมุ่งมั่นที่จะรักษาระดับมาตรฐานให้ดีต่อเนื่องในปีถัดไป

จากการที่บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ หรือ TIME ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้บริษัทได้รับความเชี่ยวชาญต่างๆจาก TIME มาปรับใช้งานเพื่อบริหารพัฒนาโครงข่ายระดับภูมิภาคให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งการเข้าถึงการพัฒนาบริการใหม่ให้เป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้าเพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆอีกด้วย

ในนามของคณะกรรมการและทีมผู้บริหาร พวกเราได้ควบคุมดูแลให้บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในแนวทางที่จะสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด และขอแสดงความขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและความไว้วางใจที่มีให้กับบริษัทเสมอมาด้วยครับ

นายกรัณย์พล อัศวสุวรรณ
ประธานกรรมการบริหาร

นายวุฒิพงษ์ โมฬีชาติ
ประธานกรรมการ

นายธีรรัตน์ ปัณฑรสูตร
กรรมการผู้จัดการ