การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม และมลพิษเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยรับมืออยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงฤดูกาล การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจได้

บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคขั่น จำกัด (มหาชน) จึงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความรับผิดชอบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการทำงาน ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ ได้จัดทำ “นโยบายบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม” ขึ้น เพื่อเป็นกรอบให้บริษัทฯ ดำเนินงานโดยคำถึงสิ่งแวดล้อมได้อย่างอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

  1. ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมประสิทธิภาพเชิงนิเวศและเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดของเสียและมลภาวะ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการจัดหาและการให้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  2. เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน ระเบียบปฏิบัติ และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด รวมถึงให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามข้อตกลงระดับสากลในเรื่องต่าง ๆ เพื่อช่วยป้องกัน หรือลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
  3. จัดให้มีการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานหรือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนตอบสนองกับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างทันท่วงที
  4. ส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่บุคลากรทุกระดับ ผ่านการฝึกอบรม การเผยแพร่ความรู้ และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางและความคิดเห็นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน รวมทั้งรณรงค์ให้บุคลากรใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานอย่างรู้คุณค่าและประหยัด
  5. มุ่งสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงาน ตลอดจนให้ความร่วมมือในการเผยแพร่กิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และสังคมโดยรวม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
  6. สนับสนุน ส่งเสริม และร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน
นโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม

การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้พลังงานถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการบริหารจัดการอุปกรณ์โครงข่ายและการดำเนินงานภายในสำนักงาน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกโครงการที่มีการติดตั้งระบบพลังงานดังกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในสำนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการลดต้นทุนการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เป็นชนิดประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิด LED ทั้งหมด การเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง รวมถึงการบำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น การล้างทำความสะอาดคอนเดนซิ่งยูนิตและแผ่นกรองอากาศ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ควบคู่กันนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการประหยัดพลังงานผ่านกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ เช่น การปิดไฟและถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

การบริหารจัดการน้ำ

บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัล ซึ่งโดยธรรมชาติไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้น้ำในปริมาณสูงเมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ

การใช้น้ำของบริษัทฯ จำกัดอยู่เฉพาะการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น การอุปโภคบริโภคภายในพื้นที่สำนักงาน คลังสินค้า และสถานที่ปฏิบัติงานเท่านั้น ไม่มีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตหรือการให้บริการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ไม่มีอาคารสำนักงานเป็นของตนเอง แต่ได้เช่าพื้นที่ในอาคารเพื่อใช้เป็นสำนักงานและศูนย์บริการ การใช้น้ำเป็นการใช้จากผู้ให้บริการน้ำประปาที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายในพื้นที่ และค่าน้ำประปาถูกเรียกเก็บรวมอยู่ในค่าเช่าพื้นที่ ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้มีการใช้น้ำในปริมาณมากและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งทรัพยากรน้ำ รวมทั้งไม่ประสบปัญหาหรือต้องเผชิญกับความเสี่ยงหรือความเครียดด้านน้ำ (Water Stress)

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำในฐานะทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และระบบนิเวศ บริษัทฯ จึงส่งเสริมและรณรงค์ให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งภายในสำนักงานและในชีวิตประจำวัน ผ่านการสื่อสารภายในองค์กรและการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การจัดการขยะและของเสีย

บริษัทฯ ตระหนักถึงปัญหาขยะและของเสียที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะและของเสียจากกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้ประยุกต์ใช้หลัก 3Rs ซึ่งประกอบด้วย การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณของเสียที่จะถูกนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย

สำหรับขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย อาทิ สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) อุปกรณ์โครงข่าย อุปกรณ์ไอที และแบตเตอรี่ต่างๆ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานและด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ว่าจ้างบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงาน และได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากลเพื่อจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายดังกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมและรณรงค์ให้มีการคัดแยกขยะภายในสำนักงานและนำส่งเข้าสู่กระบวนการกำจัดหรือรีไซเคิลให้มากที่สุดและด้วยกระบวนการที่ถูกวิธี รวมถึงเน้นสร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรถึงความสำคัญในการคัดแยกขยะ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายสำคัญในระดับโลกที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ระบบนิเวศ ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบฤดูกาล ความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการแพร่กระจายของเชื้อโรคและพาหะนำโรค ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและความต่อเนื่องของการให้บริการในระยะยาว จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศผ่านการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาและวางแผนการใช้พลังงานทดแทน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงาน รวมถึงพัฒนาบริการ เพื่อช่วยองค์กรและภาคธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้การบริหารจัดการและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร รวมทั้งมีการกำกับดูแลและติดตามอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัท ระดับบริหาร และถ่ายทอดไปยังระดับปฏิบัติการ โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทน กำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุมการกำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ แนวทางบริหารจัดการ แผนการดำเนินงาน ตลอดจนการติดตามและประเมินผล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว

เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับองค์กร (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065)

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

กิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีส่วนก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประกอบด้วย

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรทางตรง (ขอบเขตที่ 1) ได้แก่ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากยานพาหนะขององค์กร ระบบสำรองพลังงานในโครงข่าย และการรั่วไหลของสารทำความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรทางอ้อม (ขอบเขตที่ 2) ได้แก่ การใช้พลังงานไฟฟ้าที่จัดซื้อจากภายนอก สำหรับอุปกรณ์โครงข่าย เครื่องปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์สำนักงาน

บริษัทฯ ได้ประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการดำเนินงาน หรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร(Carbon Footprint for Organization: CFO) ทั้งทางตรงและทางอ้อม (ขอบเขตที่ 1-2) ตามแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีขอบเขตการรายงานครอบคลุม 3 พื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร สำนักงานสาขานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี และสถานีเคเบิลใต้น้ำโมฬี จังหวัดระยอง

สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 1,803 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) จำแนกเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) จำนวน 587 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) และปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ซื้อมา (Scope 2) จำนวน 1,216 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)

ทั้งนี้ การจัดทำข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรของปี 2568 ได้ผ่านการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบจากหน่วยรับรองการจัดการก๊าซเรือนกระจก คณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพะเยา และได้รับการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในปี 2569

ตารางสรุปผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร หน่วย 2566 2567 2568
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (Scope 1 และ 2) tCO2e 1,802 - 1,803
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) tCO2e 566 - 587
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2) tCO2e 1,236 - 1,216